10 วิธี การจัดการความเครียด

ความเครียดก็เหมือนกับแมลงร้าย ถ้าหากเราอยู่กับมันนานก็จะทำให้มันกัดกินสุขภาพของเราไปเรื่อย ๆ การจัดการการคกับความเคีรยดมีได้หลากหลายวิธี แต่ละวิธีก็มีผลแตกต่างกันไป 10 วิธี การจัดการความเครียด เพื่อสุขภาพจิตที่ดีขึ้น ที่เราจะมาแนะนำในวันนี้ จะช่วยให้คุณหยุดความเครียดได้เร็วขึ้น

10 วิธี การจัดการความเครียด

1. ทำลายความเครียดด้วยหมากฝรั่ง

การเคี้ยวหมากฝรั่งจัดว่าเป็นตัวช่วยที่ดี เพราะการเคี้ยวหมากฝรั่งเพียง 2-3 นาที ก็จะช่วยลดความเครียด แก้อาการง่วงและลดความเหนื่อยล้าลงได้แล้ว หมากฝรั่งสามารถช่วยลดอาการทางประสาทและทำให้รู้สึกสงบ เห็นได้ชัดว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการกัดเล็บและการสั่นขาเมื่อรู้สึกเครียด การเคี้ยวหมากฝรั่งช่วยลดฮอร์โมนความเครียด

จากการตรวจวัดระดับของคอร์ติโซลในน้ำลาย อันเป็นเครื่องแสดงให้รู้ระดับของความเครียด ก็พบว่าคนที่เคี้ยวหมากฝรั่ง จะระดับต่ำกว่าคนที่ไม่ได้ทำ ในความเครียดระดับอ่อนร้อยละ 16 และระดับปานกลางเกือบร้อยละ 12

รายงานผลการศึกษาสรุปว่า การใช้หมากฝรั่ง ยังช่วยให้สามารถทำกิจการงานต่างๆ โดยรวมได้ดีขึ้น ผู้ที่เคี้ยวมันจะมีคะแนนทดสอบสมรรถภาพ ขณะเครียดปานกลางโดยเฉลี่ย เหนือกว่าเพื่อนที่ปากว่าง ร้อยละ 67 และหากเครียดแต่น้อย จะมีคะแนนสูงกว่าเกือบร้อยละ 109

2. ออกไปข้างนอกบ้าง

การออกไปข้างนอกบ้านไปสูดอากาศบริสุทธิ์นั้นเป็นการช่วยลดความเครียดได้ดีทางหนึ่งด้วย ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจลดลงความดันโลหิตเป็นปกติ อารมณ์แจ่มใส กล้ามเนื้อผ่อนคลาย อีกทั้งช่วยลดฮอร์โมนแห่งความเครียด

3. ลดความเครียดด้วยการยิ้ม

หากคนเรามีอาการเครียด ไม่ใช่เพียงแค่การยิ้มอย่างมีความสุขเท่านั้นที่จะสามารถคลายเครียดได้ แต่ ‘การฝืนยิ้ม’ ซึ่งเป็นเพียงการขยับกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าให้เป็นรูปยิ้ม ก็สามารถลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อหัวใจได้เช่นกัน

‘การยิ้ม’ ถึงแม้ว่าจะไม่มีความสุขในขณะที่ยิ้ม หรือ ที่เรียกว่า ‘การฝืนยิ้ม’ นั้น จะสามารถลดอาการตึงเครียดของกล้ามเนื้อหัวใจได้   จึงเป็นการตอกย้ำความจริงของภาษิตโบราณในภาษาอังกฤษที่ว่า ‘Grin and bear it’ ซึ่งหมายถึง จงยิ้มและยอมรับความจริง ถึงแม้ว่าต้องฝืนนั่นเอง

เมื่อเรายิ้มร่างกายจะหลั่งสารสร้างความสุขหรือเอ็นโดรฟิน ออกมาช่วยระบบสูบฉีดโลหิตดี เส้นเลือดขยายตัว โลหิตแดงที่ไปเลี้ยงสมองมีอุณหภูมิลดลง ทำให้รู้สึกผ่อนคลายการยิ้มยังช่วยลดการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลหรือฮอร์โมนความเครียด จึงช่วยให้อาการความเจ็บปวดและความเครียดลดลง

นอกจากรอยยิ้มจะช่วยลดความเครียดแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เพราะเป็นการเสริมบุคลิกภาพให้กับเพื่อนร่วมงานอยากเข้ามาคุยหรือช่วยงานมากกว่าคนหน้าบึ้งตึง

4. กลิ่นวาเลนเดอร์

สารกลิ่นหอมที่สกัดได้จากพืชสามารถบรรเทาอาการความเครียดได้ โดยมีการวิจัยก่อนหน้านี้พบว่าสารลินาลูล (linalool) ที่อยู่ในน้ำมันลาเวนเดอร์นั้นมีฤทธิ์ลดความวิตกกังวล ซึ่งนักวิจัยได้ทำการทดสอบให้หนูทดลองดมกลิ่นของสารลินาลูล เพื่อที่จะตรวจสอบการกระตุ้นของเซลล์ประสาทภายในเยื่อบุโพรงจมูก อันเป็นอวัยวะที่รับกลิ่นแล้วก็ส่งผ่านไปทางเส้นประสาทกลับไปยังสมอง รวมถึงสังเกตพฤติกรรมของหนูทดลอง

นักวิจัยเผยว่ากลิ่นหอมของสารลินาลูลมีฤทธิ์คลายกังวลกับหนูที่ปกติและไม่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของพวกมัน ซึ่งแตกต่างจากการใช้วิธีฉีดสารลินาลูลเข้าไป หรือใช้ยากลุ่มเบนโซไดอะซีปีน (Benzodiazepine) ที่เป็นยาช่วยทำให้เกิดการผ่อนคลายกล้ามเนื้อลดความกระวนกระวาย

5. ดนตรีบำบัด

ด้วยดนตรีนั้นมีหลายรูปแบบ เป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะดนตรีประเภทใดก็สามารถกระตุ้นการทำงานของสมองได้เกือบทุกส่วน เช่น การได้ยิน การควบคุมการเคลื่อนไหว ผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ในด้านจิตใจ เร้าอารมณ์ความรู้สึก ความตระหนักรู้ ความเข้าใจ ความจำ ลดอาการซึมเศร้าได้ถึงร้อยละ 25 และช่วยบำบัดอาการนอนไม่หลับได้ด้วย

6. การทำสมาธิ

การฝึกทำสมาธิ ซึ่งเป็นการผ่อนคลายความเครียดที่ลึกซึ้งที่สุด มีรูปแบบที่ง่าย สามารถปฏิบัติได้ด้วยตัวเอง ทำที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องไปทำที่วัด สามารถทำได้ทุกอิริยาบถ ไม่มีข้อจำกัดด้านอายุ ผู้ที่กำลังนอนป่วยก็ทำได้ หลักสำคัญของการทำสมาธิ คือ การเอาใจไปจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว วิธีที่แนะนำ คือ การนับลมหายใจของตัวเองเป็นหลัก และยุติการคิดเรื่องอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง การทำสมาธิจะช่วยให้จิตใจสงบ ปลอดความคิดฟุ้งซ่าน ความกังวล เศร้า โกรธ ซึ่งเป็นผลมาจากความเครียด

7. ใจดีกับตัวเอง

ให้อภัยตัวเองกับสิ่งที่เกิดขึ้น คำว่าไม่เป็นไรเป็นคีย์เวิร์ดที่ต้องท่องไว้ขึ้นใจ เมื่อเกิดเรื่องราวที่ไม่สบายใจ หรือทำผิดพลาดอะไรไป ต้อฃรู้จักให้อภัยตัวเองด้วย เพราะไม่มีใครทำถูกต้องไปเสียหมด วิธีนี้เปแ็นสิ่งที่ช่วยบรรเทาหรือสร้างมดุลให้กับความรู้สึกทางลบที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เช่น ความกังวล ความเครียด ความไม่สบายใจต่าง ๆ

8. เขียนไดอารี่

มีหลายคนที่ใช้วิธีการระบายความเครียดผ่านทางการเขียน เช่น เขียนไดอารี เขียนระบายในfacebook, twitter, blog ของตัวเอง อย่างผู้เขียนก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบระบายความเครียดด้วยวิธีการเขียน เมื่อได้เขียนระบายความในใจออกไปก็รู้สึกว่าช่วยผ่อนคลายความเครียดไปได้มากทีเดียว 

9. เล่าให้เพื่อนสนิทฟัง

การพูดระบายความในใจ หรือเล่าสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจให้กับคนที่เราไว้ใจฟัง เช่น กับคนในครอบครัว คนรัก เพื่อนสนิท ผู้ใหญ่ที่นับถือ การได้ปลดปล่อยออกมาเป็นคำพูด นอกจากจะได้ระบายความเครียดแล้วเรายังอาจจะได้รับคำแนะนำและวิธีการแก้ปัญหาที่ดีสำหรับนำไปใช้แก้ไขปัญหาที่เรากังวลติดขัดอยู่ก็ได้ 

10. ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายทางจิตวิทยานั้น หมายถึงการทำร่างกายให้แอคทีฟขึ้นเพื่อส่งผลให้ลดอารมณ์ทางด้านลบและเพิ่มอารมณ์ด้านบวกให้มากขึ้น และยิ่งมีการวางแผนให้เหมาะสมก็จะยิ่งได้ผลมากยิ่งขึ้นด้วย

หากเมื่อไหร่ที่มีความเครียดให้ลองทำตาม 10 วิธี การจัดการความเครียด ตามข้างบน อย่าปล่อยให้ความเครียดนั่นกัดกร่อนสุขภาพจิตเราไป ยิ่งทำลายความเครียดได้เร็วเท่าไหร่ ยิ่งดีต่อสุขภาพของเรา

อาหารญี่ปุ่นถือได้ว่าเป็นอาหารที่ฮิตที่สุดในเมืองไทยตอนนี้เลยก็ว่าได้ เนื่องจากน่าตาอาหาร เเละรสชาติที่อร่อย จึงทำให้คนไทยให้ความนิยมกันอย่างมาก วันนี้เราจึงถือโอกาสในการมาบอกต่ออาหารที่น่ารับประทาน ที่สามารถหาทานได้ง่าย เเละมีรสชาติที่ถูกปากคนไทย ไปชมกันเลยค่ะว่าจะมีเมนูไหนกันบ้าง

อ่านบทความเพิ่มเติม รู้จักประเภทของผิวหน้า เพื่อง่ายต่อการบำรุงรักษา