5 เมนูเกาหลี ที่คนรักหนัง และซีรี่ย์เกาหลี ต้องลองกิน

ใครที่ชอบดูหนัง หรือซีรี่ย์เกาหลี จะทราบดีว่า เกาหลีมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และสิ่งนี้ก็มีในสื่อจำพวกหนัง หรือซ๊รี่ย์แทบทุกเรื่อง นั่นคือ อาหารเกาหลีนั่นเอง ซึ่งเราๆที่อินกับหนัง หรือซีรี่ย์ ก็รู้สึกว่าจะต้องทำกินตามแล้วล่ะ วันนี้เราจึงได้รวบรวมเอาสูตร เมนูเกาหลี ตามรอยหนัง และซีรี่ย์ 5 เมนู มาฝากเพื่อนๆกัน

1. รามยอน หรือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกาหลี

รามยอน หรือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกาหลี

เมนูเกาหลี ที่เรียกได้ว่าเป็นอาหารประจำชาติซีรีส์เกาหลีเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะเรื่องไหน จะต้องมีอย่างน้อย 1 มื้อ ที่ตัวละครในเรื่องรับประทานรามยอน ซึ่งบางตัวละครก็จะมีสไตล์ในการทำรามยอนที่แตกต่างกัน บางเรื่องตอกไข่ใส่ลงไปด้วย บางเรื่องใส่ผักพวก ต้นหอมลงไปด้วย การที่ซีรีส์เกาหลีนำเสนอการกินรามยอนในซีรีส์หลายๆ เรื่อง ทำให้รามยอนเป็นที่รู้จัก และมีการส่งออกสินค้ามาขายที่ต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น สร้างรายได้ให้กับผู้ผลิตเป็นอย่างมาก โดยในปัจจุบันมีรามยอนนำเข้ามาขายในประเทศไทยหลายยี่ห้อ เช่น นงชิม ซัมยัง โอตูกิ เป็นต้น

วัตถุดิบ

  1. บะมหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกาหลี (รามยอน) รสชาติที่ต้องการ
  2. ไข่ไก่ดิบ
  3. ต้นหอมญี่ปุ่น
  4. เนื้อสัตว์ตามใจชอบ
  5. กิมจิ (เครื่องเคียงไว้รับประทานพร้อมรามยอน)

วิธีการต้มรามยอน

  1. เริ่มจากตั้งเตา ต้มน้ำ และรอจนกระทั่งน้ำเดือด
  2. ใส่เครื่องปรุงและของแห้งที่มาในซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกาหลีลงในน้ำเดือดที่ต้มไว้
  3. จากนั้นใส่เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกาหลีลงไป ต้มจนเส้นนุ่ม การต้มจะใช้เวลานานกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั่วไปของไทย เนื่องจากเส้นรามยอนของเกาหลีจะหนานุ่มกว่า
  4. ใช้ตะเกียบคีบเส้นให้แยกตัวออกจากกัน
  5. ใส่เนื้อสัตว์ และต้นหอมญี่ปุ่นหรือผักอื่นๆได้ตามใจชอบ
  6. สุดท้ายตอกไข่ดิบลงไป จากนั้นรอประมาณ 30 วินาที ใช้ตะเกียบคนให้ไข่แดงแตกเล็กน้อย ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย จัดใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟได้เลยจ้า

2. จาจังมยอน

จาจังมยอน

เป็นเมนูอาหารจีน มีลักษณะเป็นบะหมี่สีเหลือง ราดซอส ในซีรีส์ตัวละครจะสั่งมารับประทานกันบ่อยๆ โดยเฉพาะการสั่งแบบเดลิเวอรี่ เมื่อสั่งมาแล้วตัวละครก็จะต้องเขย่าๆ หรือคลุกเส้นกับซอสดำให้เข้ากันก่อนทุกครั้ง แล้วรับประทานกับเครื่องเคียงคือ หัวไชเท้าดอง (สีเหลืองๆ ลักษณะครึ่งวงกลม) เมื่อรับประทานจาจังมยอน ปากจะกลายเป็นสีดำ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ในการรับประทานจาจังมยอน

วัตถุดิบ

  1. เส้นรามยอนสด (บะหมี่เส้นเกาหลี) หรือเส้นบะหมี่ฮกเกี้ยน หรือเส้นพาสต้าลิงกวินี่ เบอร์ 12 150 กรัม
  2. หมูสามชั้นหั่นเหลี่ยม 1 ถ้วย
  3. ซูกินีหั่นลูกเต๋า 1 ถ้วย
  4. แครอทหั่นลูกเต๋า 1 ถ้วย
  5. หอมใหญ่หั่นลูกเต๋า 1 ถ้วย
  6. กะหล่ำปลีหั่นลูกเต๋า 1 ถ้วย
  7. มันฝรั่งหั่นลูกเต๋า 1 ถ้วย
  8. กระเทียมสับ 1/2 ช้อนโต๊ะ
  9. ขิงแก่ขูด 1/2 ช้อนโต๊ะ
  10. ไช้เท้าดองสีเหลืองสำหรับแกล้ม
  11. แตงกวาหั่นเส้นสำหรับตกแต่ง
  12. ซอสถั่วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
  13. แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำเปล่า 1/4 ถ้วย
  14. น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
  15. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  16. น้ำมันงา 1 ช้อนชา
  17. น้ำเปล่า 2 ถ้วย

วิธีการทำ

  1. ลวกเส้นรามยอนสด หรือเส้นบะหมี่ฮกเกี้ยน หรือเส้นพาสต้าลิงกวินี่ เบอร์ 12 จนสุก น้ำขึ้นล้างด้วยน้ำเย็นทันที พักไว้พอสะเด็ดน้ำ คลุกด้วยน้ำมันงาเล็กน้อย
  2. ตั้งกระทะเทปล่อนก้นลึก ใช้ไฟกลางผัดหมูสามชั้นกับกระเทียมสับและขิงขูด ประมาณ 5 นาที จนหมูเริ่มสุก
  3. เติ่มซูกินี แครอท หอมใหญ่ กะหล่ำปลี มันฝรั่งลงไปผัดต่อประมาณ 5 นาที
  4. เติมซอสถั่วดำลงไป ผัดต่ออีก 2 นาที แล้วเติมน้ำเปล่า 2 ถ้วยลงไป เคี่ยวต่ออีก 10 นาที
  5. เติมน้ำตาลทราย และแป้งข้าวโพดผสมน้ำลงไป ผัดต่อประมาณ 5 นาที พอแป้งข้าวโพดสุก ปิดไฟได้
  6. ตักเส้นใส่จานก้นลึก ราดด้วยซอสถั่วดำที่ผัดเสร็จแล้ว ตกแต่งด้วยแตงกวาสดหั่นเส้นยาว เสิร์ฟพร้อมหัวไช้เท้าดองสีเหลือง

3. จาปากูรี

จาปากูรี

“จาปากูรี” (Chapaguri) เมนูบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่โผล่มาในจังหวะเข้มข้นของภาพยนตร์เรื่อง Parasite : ชนชั้นปรสิต โดยมีเนื้อหาที่เสียดสีสังคมมนุษย์อย่างเหลือเชื่อ Parasite เป็นผลงานระดับ masterpiece ของ ผู้กำกับบงจุนโฮ เรื่องราวกล่าวถึงครอบครัวชนชั้นล่างฐานะยากจนที่อาศัยอยู่ใต้ถุนบ้านใจกลางมหานครโซล โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ผู้ชมสามารถเข้าถึงแก่นสารของหนังได้ไม่ยาก กับการพูดถึงความเหลื่อมล้ำอันเป็นประเด็นที่มีร่วมกันของสากลโลก คนดูสามารถคล้อยตามไปกับตัวละครแม้ว่าเราจะเติบโตมาจากคนละวัฒนธรรม รวมถึงอาหารในหนังเรื่องนี้

“จาปากูรี” คือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกาหลี หรือที่เรียกว่า ‘รามย็อน’ (ramyeon) ที่เป็นการผสมกันของ 2 สูตร คือ ‘จาปาเกตตี’ (Jjapaghetti) กับ ‘นีโอกูรี’ (Neoguri) ทั้ง จาปาเกตตี และ นีโอกูรี เป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อเดียวกันคือนองชิม (Nongshim) โดยจาปาเกตตีนั้นตัวเส้นจะทำจากถั่วดำ และเสิร์ฟแบบแห้ง ผลที่ออกมาจะใกล้เคียงกับ จาจังมย็อน (Jjajangmyeon) หรือบะหมี่เส้นดำที่เราคุ้นเคยนั่นเอง ส่วนนีโอกูรีนั้น ตัวเส้นจะหนาคล้ายกับอุด้ง มาพร้อมเครื่องปรุงที่ทำให้ได้น้ำซุปรสซีฟู้ดจัดจ้าน พร้อมแถมสาหร่ายคอมบุมาให้ในซองอีก 1 แผ่น

วัตถุดิบ

  1. บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสจาจังเมียน 1 ซอง
  2. บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสเผ็ดและซีฟู้ด 1 ซอง
  3. เนื้อสไลด์ 150 กรัม

วิธีการทำ

  1. ตั้งน้ำใส่หม้อรอจนเดือด ใส่เนื้อลงไปลวกให้สุก แล้วนำขึ้นมาพักไว้
  2. ลวกเส้นในน้ำเดือด ประมาณ 5 นาทีจนเส้นสุก
  3. เทน้ำออก แล้วใส่เนื้อลงไป ตามด้วยใส่ผงปรุงรสในซอง
  4. คลุกให้เข้ากันแล้วใส่ถ้วยได้เลย

4. ต๊อกโบกี

ต๊อกโบกี

เมนูยอดนิยมสำหรับอาหารข้างทาง ลักษณะของต๊อกโบกี จะใส่ส่วนผสมหลักคือ แป้งต๊อก ซึ่งเป็นแป้งนุ่มๆ คล้ายกับขนมโมจิของญี่ปุ่น แต่มีลักษณะเป็นแท่งสีขาว ราดด้วยซอสสีแดงซึ่งมีทั้งแบบเผ็ดและไม่เผ็ด นอกจากนี้ยังใส่ไส้กรอก ผักต่างๆ เต้าหู้ ลงไปด้วย ซึ่งต๊อกโบกีนั้นหาทานได้ง่ายและราคาไม่แพง

วัตถุดิบ

  1. ซอสเกาหลี โคชูจัง (Gochujang) หาซื้อได้ในซุปเปอร์มาเก็ต
  2. แป้งต๊อกโบกี (หาซื้อ แป้งต๊อกโบกีชนิดแท่ง (มีขายในซุปเปอร์มาร์เก็ต) ล้างน้ำให้หมดแป้งนวล)
  3. โคชูจัง 1 ช้อนโต๊ะพูน
  4. พริกป่น 1 ช้อนชา (เว้นถ้าไม่ชอบเผ็ดมาก)
  5. น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
  6. กระเทียมสับ 2 ช้อนชา
  7. ซีอิ๊ว 1.5 ช้อนโต๊ะ
  8. ลูกชิ้นปลาแท่ง (ฮื่อก๋วย) หั่นเฉียงๆ
  9. กะหล่ำปลีสับ 2 ถ้วย
  10. เห็ดหอม 3 ดอก แช่และหั่นเป็นชิ้น
  11. ต้นหอม 3 ต้น หั่นยาวประมาณ 1 นิ้ว
  12. กุ้งแห้งป่น 1 ช้อนโต๊ะ (หรือ ปลาแห้ง หรือสาหร่าย แล้วแต่สะดวก)
  13. งาขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  14. น้ำเปล่า 3 ถ้วย

วิธีการทำ

  1. เทน้ำ 3 ถ้วยใส่ในหม้อ ผสมกับโคชูจัง พริกป่น กระเทียม น้ำตาล ซอสถั่วเหลือง(ซีอิ๋ว) และกุ้งแห้งป่น คนให้เข้ากัน ยกขึ้นตั้งไฟ
  2. ใส่แป้ง ต๊อกโบกี ที่ล้างน้ำแล้ว ลงในหม้อขณะที่น้ำยังไม่เดือด
  3. ให้คนไปมาจนน้ำเดือด ใส่ลูกชิ้นปลา (ฮื่อก๋วย) ที่หั่นไว้ ให้คนไปเรื่อยๆ จนน้ำเริ่มข้น ใส่เห็ด และ กระหล่ำปลี 
  4. ค่อยๆ คนต่ออีกประมาณ 3 นาที ใส่ต้นหอม ผัดให้เข้ากันปิดไฟ
  5. ตักใส่จาน โรยงาขาว เสิร์ฟร้อนๆ

5. กิมจิ

กิมจิ

ไม่มีใครไม่รู้จัก กิมจิ ซึ่งเปรียบเสมือนเมนูอาหารประจำชาติ เกิดจากการถนอมอาหารไว้รับประทานในช่วงหน้าหนาว เพราะเป็นช่วงที่ไม่เหมาะกับการเพาะปลูกพืชผักต่างๆ  แต่ในปัจจุบันกิมจิ ไม่ได้รับประทานกันเฉพาะช่วงหน้าหนาวเท่านั้น แต่รับประทานกันเกือบทุกมื้ออาหาร กิมจิมีหลายประเภท เช่น กิมจิหัวไชเท้า กิมจิผักกาดขาว กิมจิต้นหอม เป็นต้น

วัตถุดิบ

  1. แป้งข้าวเหนียว
  2. สาลี่นอก 1 ลูก (ใช้สาลี่ไทยหรือใช้แอปเปิ้ลแทนได้)
  3. หอมหัวใหญ่ 1 หัว
  4. กระเทียมจีนแกะเปลือก 1/2 ถ้วยตวง
  5. ขิงหั่นแว่น 5 แว่น
  6. น้ำปลา 10 ช้อนตวง
  7. น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี 2 ช้อนตวง
  8. พริกป่นเกาหลีแบบหยาบ 1 ถ้วยตวง
  9. พริกป่นเกาหลีแบบละเอียด 1/3 ถ้วยตวง
  10. ผักกาดขาว 2 หัว (หัวละ 1 กิโลกรัม)
  11. แครอท 1 หัวใหญ่
  12. หัวไชเท้า 1 หัวใหญ่
  13. ต้นหอม 2 มัดใหญ่
  14. น้ำเปล่า 200 ml
  15. แป้งข้าวเหนียว 3 ช้อนตวง

วิธีการทำ

  1. นำผักกาดขาว ต้นหอมหั่นให้เรียบร้อย นำไปแช่น้ำทำความสะอาดในน้ำเปล่า 10 ลิตร และเบกกิ้งโซดา ½ ช้อนโต๊ะ แช่ไว้ 15 นาที เสร็จแล้วล้างด้วยน้ำเปล่าและนำขึ้นสะเด็ดน้ำ
  2. จากนั้นนำผักกาดขาวหมักกับเกลือป่น ใส่ให้ทั่วผัก คลุกเคล้าให้เข้ากัน ทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง โดยต้องคอยมาคลุกเคล้าผักทุกๆ 30 นาที
  3. นำต้นหอมที่ล้างไว้มาหั่นเป็นท่อนๆ ให้เรียบร้อย จากนั้นนำแครอทและหัวไชเท้าล้างและปลอกเปลือกให้สะอาด จากนั้นหั่นซอยเป็นเส้น
  4. ทำแป้งกวนสำหรับหมักกิมจิ โดยเทน้ำเปล่า และแป้งข้าวเหนียวลงไปในหม้อ คนให้เข้ากัน และนำไปกวจนแป้งสุกดี โดยใช้ไฟอ่อน เมื่อสุกแล้วพักให้เย็นตัว
  5. นำผักกาดที่แช่ไว้ครบ 2 ชั่วโมงมาล้างน้ำเปล่าให้สะอาด
  6. ทำเรื่องหมักกิมจิ โดยนำ หอมหัวใหญ่ หั่นชิ้นเล็ก สาลี่ กระเทียมจีนปลอกเปลือก ขิงหั่นแว่น น้ำปลา ปั่นให้ละเอียดเข้ากัน เทใส่ถาด
  7. จากนั้นใส่น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี พริกเกาหลีแบบหยาบและแบบละเอียด และแป้งกวนที่เตรียมไว้ คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นชิมรสตามชอบ
  8. จากนั้น ต้นหอม หัวไช้เท้า แครอท ลงไปในเครื่องที่เตรียมไว้ คลุกเคล้าให้เข้ากัน สุดท้ายค่อยๆ ใส่ผักกาดขาวลงไป และคลุกเคล้าให้เข้ากันอีกครั้ง 
  9. นำกิมจิใส่ลงในภาชนะที่มีฝาปิด กดให้แน่น ปิดฝา จากนั้นตั้งไว้ในอุณหภูมิห้อง 5 ชั่วโมง และนำไปแช่ตู้เย็นต่ออีก 1 คืน เป็นอันเสร็จ (หากชอบรสเปรี้ยวมากให้ตั้งไว้ข้างนอก 1 คืน)

และนี่ก็เป็น 5 เมนูเกาหลี ที่คนรักหนัง และซีรี่ย์เกาหลี ต้องลองกิน ทำง่ายๆได้ที่บ้าน กินไปดูซีรี่ย์ไป ฟินสุดๆ

จะทำอย่างไรเมื่อต้องเอาชีวิตรอดในดงซอมบี้ กับภาพยนตร์ #ALIVE วงการภาพยนตร์เกาหลีกำลังมาแรงมากในยุคนี้ เราจะพาไปรู้จักกับภาพยนตร์ # ALIVE อีกหนึ่งภาพยนตร์ที่เกาะกระแส asset ใหม่ ‘ซอมบี้สัญชาติเกาหลี’ (K-ZOMBIE)

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม : 7 ที่เที่ยวในไทย ที่ไม่ไปถือว่าพลาด!